ยังหาความจริงมายืนยันกับสังคม ให้คลายความข้องใจไม่ได้ว่า นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง ที่เสียชีวิตในห้องควบคุมตัวบนตึกดีเอสไอนั้น ตายเพราะผูกคอตายเองจริงหรือ
ชาวบ้านร้านตลาดบ่นกันให้แซ่ดว่า ชื่อกรมก็ออกจะโก้หรู “สอบสวนคดีพิเศษ” แถมมีกฎหมายพิเศษเป็นของตนเองซึ่งให้ “อำนาจพิเศษ” มากมาย แม้กระทั่งดักฟังโทรศัพท์ แต่ทำไมแค่คนตายในบ้านยังเคลียร์ไม่ได้ แล้วจะมีหน้าไปคลี่คลายคดีใหญ่ๆ ที่ไหนกัน
ฝรั่งฆ่ากันตาย เอาศพยัดตู้แช่แข็ง ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้หน้า ยังหาได้ว่าเป็นใคร แต่ตายคากรมสอบสวนคดีพิเศษกันเห็นๆ กลับหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าตายยังไง
แถมทำไปทำมากรณีนี้ทำท่าจะเป็นหนังเรื่องยาว กลายเป็นชนวนให้หน่วยงานภาครัฐด้วยกันทะเลาะเบาะแว้งกันเองเสียอีก
การเป็นหน่วยงานพิเศษ มีอำนาจพิเศษ แต่น่าแปลกที่ “ความรับผิดชอบ” กลับไม่พิเศษ ผู้ต้องหาคนสำคัญที่สร้างความเสียหายเป็นหมื่นๆ ล้านตายคาห้องควบคุม นอกจากชี้แจงได้ไม่ชัด กล้องวงจรปิดก็เสีย เซิร์ฟเวอร์ก็ไม่บันทึกภาพ ตึกมีตั้งหลายชั้น บันทึกไม่ได้แค่ชั้นที่มีคนตาย แต่สุดท้ายกลับไม่เห็นมีใครต้องรับผิดชอบ
ตลอดเดือนเศษที่ผ่านมา ในกรมมัวแต่มะงุมมะงาหราหาทางออกเรื่องศพธวัชชัย ปรากฏว่าคดีใหญ่ๆ อย่างบุกจับ พระธัมมชโย แห่งอาณาจักรวัดพระธรรมกายที่ค้างเติ่งมาเนิ่นนาน ก็เลยต้องคงค้างกันต่อไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อก็เลยมีเวลาได้หายใจ ยังไม่ถูกฟ้องหรือเสี่ยงถูกจับสึกตามคำขู่
เช่นเดียวกับคดีรถหรูที่โยงถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ไปถึงไหน ตอนจะเล่นงานเขาก็แถลงเช้าแถลงเย็น แทบจะรอไม่ได้สักอึกใจ ถึงวันนี้เป็นอย่างไร ดำเนินคดีใครได้สักคนสักรูปหรือยัง
หรือคดีมันพิเศษ ก็เลยต้องรวบรวมหลักฐานนานเป็นพิเศษ...
ไล่เรียงดูตามเนื้อผ้าก็ต้องบอกว่า ดีเอสไอ ณ เวลานี้ งานใหม่แทบไม่มี งานที่มีโดยมากเป็นการสะสางคดีเก่า เรื่องไหนอยากให้เป็นข่าวก็จัดทริปชวนผู้สื่อข่าวไปร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วย พอข่าวออกก็ได้ผลงาน ทั้งที่เป็นคดีบ้านๆ แย่งงานตำรวจ
รัฐธรรมนูญใกล้มีผลบังคับใช้ งานปฏิรูปกำลังเข้าไต้เข้าไฟ ที่ผ่านมามีแต่กระแสเรียกร้องให้ปฏิรูประบบงานตำรวจ แต่ถึงวันนี้หน่วยงานที่ต้องถูกหวด ต้องถูกลงแส้ คือ “ดีเอสไอ”
เพื่อให้ทำงานสมชื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีเงินเพิ่ม เงินตอบแทนพิเศษกันถ้วนทั่วทุกตัวคน